food

ข้าวร้อนให้รีบปั้น

posted on 12 Sep 2011 12:16 by kikukissaten in food
 
ข้าวร้อนให้รีบปั้น
 
 
 
 
 
บางทีคนเราก็ต้องอัพบล็อกกันบ้าง...
 
 
ข้าวหุงใหม่ๆ กินร้อนๆ อร่อยที่สุด
แต่ถ้ากินไม่หมดแล้วทำยังไงดี

ตักใส่ภาชนะตอนยังร้อนๆ
แช่ช่องแข็งไว้ เก็บไว้ได้เป็นอาทิตย์
พอจะกิน ไม่ต้องรอให้น้ำแข็งละลาย
เอาออกมาอุ่นในไมโครเวฟ (800W 3 นาที)
กินร้อนๆ ได้อีกรอบ
แม้จะไม่อร่อยเท่าข้าวหุงใหม่
แต่ข้าวที่หุงไว้ก็ไม่เสียของ
 
หรือเวลารีบๆ หิวจัดๆ
ก็เอามาอุ่นกินให้หายหิวได้ไม่กี่นาที
 
 
วันก่อนไปซื้อโอนิกิริ ข้าวปั้นแช่แข็งของร้านออร์กานิคแถวสุขุมวิทมา
ดูเขาทำไม่ยาก ทำข้าวให้สุก ปั้นเป็นรูป แช่แข็งไว้ ทำมาขายก็ขายได้แฮะ
 
พอจะกินเอามานึ่งหรืออุ่นในไมโครเวฟ
 
ก็เลยคิดว่า ถ้ามีโอกาส เราลองทำข้าวปั้น เก็บแช่แข็งไว้กินมั่งดีกว่า
 
ประหยัดดี
 
 
 
วันนี้ทำข้าวหุงปรุงรสด้วยผัก
ตามสูตรต้องหุงข้าว 3 ถ้วย
ปริมาณนี้ เก็บไว้กินได้ เช้า กลางวัน เย็น

กินติดๆ กันก็คงเบื่อเป็นธรรมดา
ก็เลยคิดจะปั้นข้าวแช่แข็งเก็บไว้กินวันอื่นบ้าง

 
 


 
หุงข้าวตามสูตรแล้ว กินกันไปเต็มอิ่ม ก็ยังมีข้าวเหลืออยู่ หน้าตาข้าวเป็นเช่นนี้





คคข้าวเมื่อยังร้อนๆ
ตักใส่แม่พิมพ์รูปข้าวปั้น ปั้นให้เป็นรูปเป็นทรง
เพราะถ้าใช้มือปั้น มือคงพองซะก่อน
 
 


 
 
ห่อด้วยพลาสติกห่ออาหาร
ห่อไปสองชั้น
จากนั้นใส่ข้าวปั้นในช่องแช่แข็งไปทั้งยังร้อนๆ
 

ถ้าถามว่า ใส่ตอนร้อนๆ ดูทำให้ตู้เย็นกินไฟไปรึเปล่า
แต่เมื่อเทียบกับเวลาเราเปิดประตูตู้เย็นแช่ทิ้งไว้นานๆ
หรือ เปิดน้ำ ดื่มน้ำ แล้วค่อยปิด
อาจกินไฟใกล้เคียงกันหรือเปล่า...

หรือถ้าเรากินข้าวไม่หมด บูด แล้วต้องทิ้งไป
จะเสียตังค์ค่าทิ้งข้าวมากกว่าเสียค่าไฟหรือเปล่า
รักโลกให้ถูกทาง...
แต่ก็แล้วแต่จะคิดกันไปนะคะ

 
 
หน้าตาข้าวปั้นรสผักที่เก็บแช่แข็งไว้อุ่นกินวันหลัง
 
 
 
 
 
ปล. แต่ควรกินให้หมดภายใน 7-10 วัน จะดีกว่านะคะ
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

แซนวิชลาว

posted on 23 Jul 2011 08:59 by kikukissaten in food
ที่กรุงเทพฯ

แซนวิชลาว
ไปหลวงพระบางมาเลยอยากทำแซนวิชลาว
เพราะซื้อแจ่วบองหลวงพระบางกลับมา

และไปค้นเจอหนังสืออาหารลาวที่คุณพี่ซื้อมา
(หนังสือ Food and Travel ลาว ของคุณ สุทธิพงษ์ สุริยะและวันดารา อำไพพอน)
 
จึงคิดว่าจะลองทำแซนวิชลาวกินดูบ้าง

เห็นป้าขายแซนวิชที่หลวงพระบางทำดูง่ายๆ
แต่ความจริงยากกว่าที่คิด...
 
 
 
 
ส่วนประกอบ 
มีผักต่างๆ
แตงกวา
ต้นหอม ผักชี
มะเขือเทศ
ผักกาด
 
แจ่วบองหลวงพระบาง ขาดไม่ได้
ใส่หนังควายหั่นชิ้นๆ ด้วย ของแท้มาก

 
 
 
ส่วนประกอบที่เหลือก็ส่วนประกอบทำแซนวิช
ขนมปังฝรั่งเศส หมูยอ ตับบด ผักดอง
คุณพี่ว่าที่เวียงจันทร์ แซนวิชลาวใส่ชีสด้วย แต่เราไม่ได้ใส่


 
 
 
 
 
หั่นขนมปังได้ 3 ชิ้น ผ่าแล้วเอาเข้าเตาปิ้งให้กรอบๆ นิดนึง
ทาแจ่วบองกับตับบดลงบนขนมปังให้ทั่ว
 
อัดผักต่างๆ ลงไป หมูยอ ใส่มะกอกดอง
ในสูตรเขาว่าผักดอง แต่เราไม่เข้าใจว่าผักดองหมายถึงอะไรกันแน่

 
ที่สุด
แซนวิชลาวจัดเต็ม 3 ชิ้นก็เสร็จ แบบแอบทุลักทุเล

ไส้แทบทะลักออกมา
คุณพี่รีเควสมาสอง
ปรากฎว่า กินไปได้คนละอัน
อย่างจุกค่ะ
 
 
อีกอันที่เหลือต้องแบ่งคนละครึ่งแล้วกินกันไป
กินตอนสองทุ่ม
อิ่มถึงเที่ยงคืน
กลิ่นแจ่วบองเข้าไปอยู่ในฝันกันเลยทีเดียว
 
 
 
 
 
 
ที่หลวงพระบาง
 
ป้าที่ขายแซนวิชลาวหน้าตายิ้มแย้ม
พอขอถ่ายรูปป้าบอกว่าถ่ายเลย
เอาไปให้คนไทยดูว่าแซนวิชลาวหน้าตาแบบนี้
แซนวิชป้าราคา หกสิบบาท
กลับมาทำเองที่เมืองไทย
ค่าซื้อของปาเข้าไปหลายร้อย
 
แต่ยังไงเราก็ยังว่าค่าครองชีพ(ของนักท่องเที่ยว)ที่หลวงพระบาง
นั้นยังแพงกว่าเมืองไทย
 
 
 
 
 
เอาภาพตรอกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยของกินอันมีชื่อเสียงของหลวงพระบางมาฝาก
เราไปตอนกินเฝออิ่มแล้ว เลยได้แต่ดู ตอนไปฝนตกด้วยก็เลยต้องรีบๆ เดิน
คนเยอะแยะไปหมด อาหารก็เพียบ
ซื้อแจ่วบองกับไคแผ่น กับข้าวเกรียบกลมๆ มาด้วย ยังไม่รู้จะทำกินยังไง แต่ก็ซื้อมา

 
 
 
บรรยากาศถนนตอนกลางคืนที่หลวงพระบาง
ถนนเล็กๆ เดินสบายๆ ของขายเต็มไปหมด
เพิ่งไปหลวงพระบางครั้งแรก อะไรๆ ก็งงๆ
แต่ความจริง คงงงกับตัวเองมากที่สุด
 
 
คนอื่นไปหลวงพระบางคงประทับใจกันไปในแง่ต่างๆ กันไป
สำหรับเรานั้นไปหลวงพระบางมากลับมาแล้ว รู้สึกว่า
ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเมืองเราหรอกนะ
 

 
 
 
 
 

เค้กเกลือ

posted on 21 Apr 2011 08:48 by kikukissaten in food
 
 
เค้กเกลือ

มาจากชื่อจริงภาษาฝรั่งเศสว่า เค้กซาเร่ (Cake Sare)






เมื่อวานเช้าดูรายการอะซะอิจิ (NHK)
มีคุณนักทำอาหารชื่อนาโอะมิมาสาธิตทำ เค้กซาเร่
นั่งๆ ดูไปเพราะเห็นว่าชื่อแปลกดี
แต่ดูแล้วก็คิดอยากทำตามขึ้นมา
 
ตามฟอร์ม ขอดัดแปลงสูตรนิดหน่อย
แบบมีอะไรใช้เช่นนั้น

เขาบอกว่าใช้เตาอบหรือกระทะแบนอบก็ได้
แต่เราขอเป็นใช้หม้อหุงข้าวอบแทนแล้วกัน
 
แน่นอนของเขาออกมาหน้าตาดูดี
ของเราฟองอากาศประปราย
แต่ก็กินได้ล่ะนะ
 
 
จัดไป